ทำไมต้องมี MOOD & TONE ในงานออกแบบ

ทำไมต้องมี MOOD & TONE ในงานออกแบบ

 

 
การออกแบบกล่องแพ็คเกจจิ้ง (Packaging) ที่ดีควรมีกรอบเพื่อกำหนด Concept ของงาน ที่ส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก ของผู้ที่ได้มองเห็น หรือสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ต้องการสื่อสาร โดยกรอบที่ว่านั้นก็คือ การทำ Mood and Tone ในบทความนี้ BKKPaperBox จะพูดถึง Mood and Tone ในมุมองของงานออกแบบกล่องแพ็คเกจจิ้งที่ใช้เป็นไอเดียกล่องได้เลย และต่อยอดเป็นการสร้างแบรนด์ หรือ Brand Story ได้อีกด้วยค่ะ

รูปภาพจาก www.pinterest.com


Mood and Tone คืออะไร?

 Mood หมายถึง อารมณ์ของภาพที่ประกอบด้วย อารมณ์ความสนุก เศร้า ร่าเริง เป็นต้น โดยภาพนั้นสามารถสื่อความหมายในตัวของมันเอง

 Tone หมายถึง สีที่ใช้ในงานออกแบบ โดยสีเหล่านั้นจะบอกความรู้สึก ที่เราสามารถสัมผัสได้ แบ่งออกเป็นสีโทนเย็นและสีโทนร้อน ซึ่งการเลือกโทนสีจะมาจากเจ้างานหรือเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการสื่อถึงเอกลักษณ์และรูปแบบของแบรนด์ว่าจะให้ไปในทิศทางใด

ดังนั้น การกำหนด Mood and Tone ให้ชัดก่อนเริ่มการออกแบบ จะทำให้การทำงานง่ายขึ้นทั้งในส่วนของทีมผู้ออกแบบและเจ้าของแบรนด์ การทำ Mood and Tone จึงเปรียบเสมือนภาพที่เราสื่อสารออกมาคร่าวๆ เพื่อให้เห็นถึง Concept และงานของเราเบื้องต้น ก่อนนำไปออกแบบเป็นรูปแบบจริง

 

MOOD AND TONE สำคัญอย่างไร?

การสร้าง Mood and Tone ช่วยสร้างทิศทางให้กับงานการออกแบบกล่องแพ็คเกจจิ้งได้เป็นอย่างดี ในที่นี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

1. ส่วนของทีมผู้ออกแบบ Mood and Tone จะเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างผู้ออกแบบและเจ้าของแบรด์ กล่าวคือ เมื่อทีมผู้ออกแบบได้รับข้อมูลจากเจ้าของแบรนด์แล้ว ทีมผู้ออกแบบจะมากำหนดกรอบและทิศทางงานออกแบบให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของแบรนด์ ซึ่งการทำ MOOD AND TONE เป็นตัวช่วยให้การสื่อสารเกิดเป็นภาพที่ดูแล้วเข้าใจได้ตรงกัน เพื่อให้งานที่กำลังจะออกแบบนั้นสื่อสารได้ตรงใจของเจ้าของแบรนด์มากที่สุด โดยการ MOOD AND TONE จะประกอบไปด้วย การกำหนดโทนสีของกล่องแพ็คเกจจิ้ง รูปแบบกราฟิกที่ใช้ รูปแบบฟอนต์ตัวอักษร รวมไปถึงการจัดวางตามรูปแบบต่างๆ ที่ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกที่สะท้อนสิ่งที่แบรนด์ต้องการ

2. ส่วนของเจ้าของแบรนด์  Mood and Tone ช่วยให้มองเห็นทิศทางของแบรนด์ได้ชัดเจนขึ้น และได้งานออกแบบกล่องแพ็คเกจจิ้งที่ตรงใจมากขึ้น กล่าวคือ Mood and Tone จะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงข้อมูลที่เจ้าของแบรนด์ส่งให้ทีมออกแบบ ซึ่งบางครั้งในการบรีฟงานออกแบบนั้น จะสื่อสารด้วยคำพูดหรือภาพตัวอย่างที่ยังอาจไม่มีทิศทาง แต่เมื่อขมวด Concept ลงในบอร์ด Mood and Tone แล้ว จะทำให้เจ้าของแบรนด์ตรวจเช็คได้ว่า สิ่งที่เราต้องการนั้นมีความสอดคล้องกับ Concept หรือไม่ หากยังไม่ตรงตามที่ต้องการ เรายังสามารถปรับเปลี่ยนได้ก่อนนำไปออกแบบกล่องจริง เสมือนเราได้ดูตัวอย่างงานคร่าวๆ ก่อน

ดังนั้น Mood and Tone คือ สิ่งสำคัญในการออกแบบทั้งต่อทีมผู้ออกแบบและเจ้าของแบรนด์ เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้อย่างชัดเจน และสะท้อนเอกลักษณ์แบรนด์ผ่านงานกล่องแพ็คเกจจิ้งให้ได้ดีที่สุด 



 ตัวอย่าง Mood and Tone ของ BKKPaperBox ที่ทำให้กับลูกค้า 

 

โดยจะสรุปเป็นบอร์ดแสดงโทนสี รูปแบบลายกราฟิก ฟอนต์ตัวอักษร ที่จะใช้ในงานออกแบบให้เจ้าของแบรนด์ดูก่อนนำไปออกแบบจริงและต่อยอดในการสร้างแบรนด์ หรือ Brand Story ได้ด้วยค่ะ  

 


 BKKPaperBox ได้จัดโปรโมชั่นค่าออกแบบมีทั้งหมด 3 โปร ดังต่อไปนี้ 

 


หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการออกแบบและการผลิตแพ็คเกจจิ้ง สามารถปรึกษากับ BKKPaperBox ได้นะคะ

 พูดคุยเพิ่มเติม Add Line เดียว สอบถามได้ทั้งงานสั่งทำและปรึกษางานนะคะ

 Line ID : @bkkpaperbox 
 โทรสอบถามเพิ่มเติม
เอวา 0956519893
เอ็มมี่ 0933264882

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้