5 ปัจจัยของการคำนวณราคากล่อง

5 ปัจจัยของการคำนวณราคากล่อง

            ผู้ที่ต้องการผลิตกล่องอาจเคยสงสัยว่า ต้นทุนการผลิตกล่องคิดอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่นำมาคำนวณราคากล่อง เพราะถ้ากล่องแพงเกินไปอาจส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงตามไปด้วย BKK PAPER BOX มีคำตอบให้คุณค่ะ
1. ขนาดกล่องและชนิดกระดาษ
             หากคุณมีขนาดกล่องสินค้าอยู่แล้ว สามารถวัดขนาดกล่อง กว้าง x ยาว x สูง หน่วยวัดเป็นเซนติเมตรได้เลย แต่ถ้าคุณสับสน ว่าด้านไหนคือ ด้านกว้าง ยาว สูง ให้คุณแกะกล่องกางออกและวัดขนาด กว้างxยาว มาแทนได้เช่นกัน อีกกรณี คือ คุณยังไม่มีขนาดกล่องสินค้า คุณสามารถส่งสินค้าจริงให้ทางโรงงานผลิต เพื่อวัดและทำไดคัทกล่องจริง ซึ่ง BKK PAPER BOX แนะนำวิธีนี้ค่ะ เพราะมั่นใจได้แน่นอนว่ากล่องที่ผลิตไป ใส่สินค้าได้แน่นอน 
             ส่วนชนิดของกระดาษที่นิยมทำกล่อง ได้แก่
             กระดาษอาร์ตการ์ด  เป็นเกรดกระดาษดี เนื้อกระดาษมัน 1 ด้าน เป็นกระดาษที่ได้รับความนิยม เนื่องจากทำให้งานที่พิมพ์ออกมาสวย ดูหรู ดูแพง แม้ยังไม่ได้เคลือบอะไร ส่วนใหญ่ใช้กับกล่อง เครื่องสำอาง กล่องขนมที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง
             กระดาษคราฟน้ำตาล  กระดาษตัวนี้ เริ่มเป็นที่นิยมกับกระแสแนวรักษ์โลก ทำให้กล่องดูมีสไตล์มากกว่ากล่องสีขาวทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้กับกล่องผลิตภัณฑ์ออแกนิก
             กระดาษฟอยล์  กระดาษชนิดนี้ช่วยสร้างความหรูหราให้กับกล่อง มี 2 สี ได้แก่ สีเงินและสีทอง มีให้เลือกทั้งแบบเงา หรือด้าน แต่ราคาค่อนข้างสูงกว่ากระดาษชนิดอื่นๆ
 2. จำนวนสีที่ใช้พิมพ์ 
              สำหรับงานพิมพ์ 1 สี ถ้าเทียบแล้วค่าพิมพ์กล่องจะถูกสุด เพราะใช้แค่ 1 เพลท และ 1รอบพิมพ์ แต่สีของกล่องแพคเกจจิ้งที่ได้จะไม่โดดเด่น ไม่ดึงดูดสายตา เปรียบเสมือนเราดูโทรทัศน์แบบขาวดำ แต่การพิมพ์ 4 สี จะช่วยให้กล่องแพคเกจจิ้งมีสีสันสวยงามสมจริง นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบใส่รูปภาพต่างๆ บนกล่องเพื่อการโฆษณาดึงดูดความสนใจแก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนสีที่ใช้พิมพ์ คือ จำนวนสีมาก ราคาก็จะสูงขึ้น แต่ถ้าจำนวนกล่องที่สั่งค่อนข้างเยอะ ส่วนต่างไม่มีผล ดังนั้น เลือกแบบที่คุณชอบ เหมาะกับสินค้า และทำให้กล่องแพคเกจจิ้งดูโดดเด่น
 3.จำนวนที่สั่งต่อครั้ง
             การสั่งพิมพ์งานระบบออฟเซต ถ้ายิ่งสั่งมากราคาต่อหน่วยก็จะถูกลง ซึ่งช่วยให้คุณลดต้นทุนในการผลิตลงได้ แต่ถ้ายังใช้จำนวนไม่มากจริงๆ การสั่งผลิตมากไปอาจทำให้ทุนจม ดังนั้น คุณต้องคำนวณและวางแผนให้ดีค่ะ
4.ไดคัททรงต่างๆ​ ​
             ไดคัททรงแปลกๆ​ เช่น ทรงแปดเหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม ทรงพีระมิด เป็นต้น ไดคัททรงแปลกๆ เหล่านี้จะมีราคาที่สูงขึ้น เพราะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการขึ้นรูปจากทางโรงงาน นอกจากนี้ยังมีงานกล่องที่ต้องการโชว์สินค้าด้านใน ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตเพิ่มขึ้น และใช้วัสดุอื่นมาประกอบ ต้นทุนการผลิตจะสูงตาม เช่น งานเจาะหน้าต่างติดพลาสติก
5.ออฟชั่นหลังงานพิมพ์
            เป็นตัวช่วยที่จะทำให้กล่องแพคเกจจิ้งดูโดดเด่นนั่นเอง ได้แก่ เคลือบพีวีซีเงา ,เคลือบพีวีซีด้าน ,เคลือบ HOLOGRAM ,เคลือบ SPOT มุก  ,Spot UV ,ปั๊มนูน ,ปั๊มเคทอง ,ปั๊มเคเงิน เป็นต้น ซึ่งออฟชั่นเหล่านี้จะมีราคาตามตำแหน่งที่ต้องการ

            จาก 5 ปัจจัยของการคำนวณราคากล่องที่กล่าวมา หวังว่าจะตอบข้อสงสัยของคุณในการผลิตกล่องแพคเกจจิ้งได้นะคะ

Powered by MakeWebEasy.com